ยิ่งการค้นหาด้วยเสียงกลายเป็นที่นิยมมากขึ้นเท่าไหร่ เช่น การใช้งาน Siri และ Alexa เพื่อช่วยค้นหาคำตอบต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์ ในปี 2024 นี้ ธุรกิจยิ่งต้องปรับแต่งเว็บไซต์เพื่อให้รองรับการค้นหาด้วยเสียง เพื่อผู้ใช้จำนวนมากเข้าถึง ข้อมูล ผลิตภัณฑ์ หรือบริการ ได้ง่าย ทั้งยังส่งผลดีต่ออันดับอีกด้วย
ลองมาดูกันดีกว่าว่า Voice Search คืออะไร มากขึ้นเพื่อที่คุณจะได้ปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมสำหรับการค้นหาด้วยเสียงเพื่อ SEO และดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณมากขึ้น
Voice Search คืออะไร
Voice search คือการค้นหาด้วยเสียง แทนที่จะพิมพ์ที่ละคำ เช่นเวลาที่อยากรู้อะไรใน Google เราก็แค่พูดเข้าไปในโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อัจฉริยะต่าง เท่านี้ก็สามารถถามคำถามหรือบอกให้หาบางสิ่งได้ง่ายๆ ระบบคำสั่งเสียง ใช้งานไม่ต่างกับการพูดคุยทั่วไป ระบบก็จะให้คำตอบกับคุณได้ทันที ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลต่างๆ ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็วและสะดวกโดยไม่ต้องพิมพ์
ข้อดีของการทำ voice search optimisation คืออะไร
เพราะปัจจุบัน ผู้คนส่วนใหญ่ใช้การค้นหาด้วยเสียงบนสมาร์ตโฟนกันอยู่แล้ว และยังแพร่หลายไปถึง Amazon Echo และ Google Home อีกด้วย ดังนั้น การปรับแต่งเพื่อรองรับการค้นหาด้วยเสียงทำให้ธุรกิจเข้าถึงผู้ใช้ได้กว้างขวางขึ้นอีกมาก
เพิ่มการค้นหาใกล้ๆ เจอกันง่ายกว่า
ไม่พูดถึงไม่ได้ว่าการค้นหาแบบ voice search นี้มักเป็นการค้นหาแบบท้องถิ่น เช่น “ร้านอาหารใกล้ฉัน” ด้วยเหตุนี้ หากธุรกิจปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะกับการค้นหาด้วยเสียงแล้ว ก็ย่อมได้เปรียบกว่าในการดึงดูดลูกค้าที่อยู่ใกล้เคียง แถมค้นหาเจอได้ง่ายยิ่งกว่า
ดีกับประสบการณ์ผู้ใช้
การค้นหาด้วยเสียงทำให้สามารถค้นหาได้เร็วขึ้นโดยไม่ต้องใช้การพิมพ์ การที่ธุรกิจปรับแต่งให้เข้ากับการค้นหาด้วยเสียงย่อมช่วยผู้ใช้ได้รับประสบการณ์ที่ดีกลับไป เมื่อพึงพอใจกับเว็บไซต์ที่ตอบสนองได้ดี ไม่ว่าจะผู้เยี่ยมชมหน้าใหม่หรือลูกค้าขาประจำก็ย่อมกลับมาเข้ามาเว็บไซต์ได้ดีกว่า
เพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่สูงขึ้น
การปรับแต่งการค้นหาด้วยเสียงมักจะใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติและมักจะเป็นประโยคคำถามเสียงส่วนใหญ่ ดังนั้นแล้ว เว็บไซต์ที่มีการปรับแต่งให้ตอบโจทย์กับการค้นหาเฉพาะด้วยคำเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่สูงขึ้น ได้มากกว่า
เพิ่มการมองเห็น
ในความเป็นจริงแล้ว เมื่อมีการเข้าถึงที่เพิ่มขึ้นจากการค้นหาด้วยเสียง ก็ยิ่งเพิ่มการมองเห็นให้ธุรกิจได้มากขึ้นด้วย บอกเลยว่าใครทำก่อนได้เปรียบกว่าในยุคการค้นหาด้วยเสียงแพร่หลายขึ้นมากๆ
ได้เปรียบในการแข่งขัน
ใช่ว่าทุกธุรกิจจะให้ความสำคัญกับการทำ voice search optimisation กลยุทธ์ SEO คือการเรียบรู้และปรับตัวให้ไวกว่าเพื่อได้เปรียบในการแข่งขันนั่นเอง
วิธีทำให้เว็บไซต์รองรับการค้นหาด้วยเสียงมากขึ้น
ใช้ภาษาสนทนาเหมือนกำลังคุยกัน
การใช้การค้นหาด้วยเสียงมักจะมีลักษณะของการสนทนา เช่น “ร้านอาหารอิตาเลียนดีๆ ใกล้ๆ อยู่ที่ไหน “ แทนการใช้ “ร้านอาหารอิตาเลียนใกล้ฉัน” ดังนั้น เว็บไซต์จึงต้องทำ voice search optimisation ด้วยการใช้คำพูดในลักษณะการสนทนาในการนำเสนอเนื้อหาประเภท FAQ เพื่อใช้ตอบคำถามที่ผู้คนมักถามบ่อยๆ
ใช้ Long-Tail Keywords
คำค้นหาที่มักจะอยู่ในรูปแบบการสนทนา อาจค่อนข้างยาวและมีรายละเอียดมากกว่าคีย์เวิร์ดสั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น แทนที่จะใช้คำหลักสั้นๆ อย่าง “ร้านอาหารอิตาเลียน” เราอาจต้องปรับใช้เหมือนคำที่ผู้ใช้มักพูด เช่น “เย็นนี้กินอาหารอิตาเลียนที่ร้านอาหารอะไรดี”
ปรับแต่งสำหรับการค้นหาในท้องถิ่น
คำถามจากการค้นหาด้วยเสียงจำนวนมากมุ่งหาสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง ทำให้เว็บไซต์ของคุณเป็นมิตรกับการค้นหาในท้องถิ่นโดยการใช้วิธีปฏิบัติ SEO สำหรับท้องถิ่น นั่นคือการแจ้งให้ Google รู้เกี่ยวกับธุรกิจของคุณผ่าน Google My Business การลงรายการใน directory ท้องถิ่น และระบุสถานที่ตั้งของคุณบนเว็บไซต์เพื่อเพิ่ม SEO ในท้องถิ่น
เพิ่มความเร็วของเว็บไซต์
เว็บไซต์ที่โปรดปรานของการค้นหาด้วยเสียง โดยเฉพาะบนโทรศัพท์มือถือต้องโหลดได้อย่างรวดเร็ว โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของคุณโหลดได้รวดเร็ว เนื่องจากเป็นองค์ประกอบที่สำคัญของกลยุทธ์ SEO สำหรับผู้ใช้การค้นหาด้วยเสียง เช่น ทำให้ภาพมีขนาดเล็กลงและทำให้แน่ใจว่ารองรับการใช้งานบนโทรศัพท์มือถือเพื่อรองรับคำถามจากการค้นหาด้วยเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สร้างหน้า FAQ
เพราะคำถามที่เป็นการค้นหาด้วยเสียงมักอิงตามคำถาม ทางที่ดีเราจึงควรมีหน้าบนเว็บไซต์ที่มีรูปแบบคำถาม (คำถามที่พบบ่อย) สำหรับการปรับแต่งเนื้อหาเพื่อรองรับการค้นหาด้วยเสียง และต้องไม่ลืมมีเนื้อหาเป็นคำตอบง่ายๆ และตรงไปตรงมา
ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์รองรับอุปกรณ์มือถือ
เว็บไซต์จะ Mobile Friendly แค่ไหนคือหัวใจสำคัญ ก่อนจะทำ Voice Search Optimisation ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ของgikรองรับอุปกรณ์มือถือ เพราะคนเราก็มักจะค้นหาด้วยเสียงจากมือถือนี่แหละ โดยต้องไม่ลืมทำเว็บไซต์ให้ใช้งานได้ง่ายบนหน้าจอขนาดเล็ก
ทำ Structured Data Markup ก็ดีเหมือนกัน
การทำ Structured Data Markup ช่วยให้ Google เข้าใจเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้ดีขึ้นผ่านการใช้ schema markup เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ หรือเวลาที่เปิดทำการ เหล่านี้จะยิ่งช่วยให้เว็บไซต์ของเราปรากฏในการค้นหาด้วยเสียง และช่วยให้เว็บไซต์โชว์สำหรับการค้นหาในพื้นที่ใกล้ๆ ได้ดีอีกด้วย โดยเฉพาะหากมีคนกำลังค้นหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง
ขั้นตอนเหล่านี้ไม่เพียงทำให้เว็บไซต์ตอบโจทย์การค้นหาด้วยเสียงเท่านั้น แต่ยังสามารถทำให้ประสบการณ์การเข้าถึงเว็บไซต์ดีขึ้นอีกด้วย
อนาคตของการทำ SEO เพื่อการค้นหาด้วยเสียง
ภายในปี 2025 การทำ SEO เพื่อการค้นหาด้วยเสียงจะเป็นที่นิยมมากขึ้นตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี voice recognition ที่จะทำให้การค้นหาด้วยเสียงกลายเป็นเรื่องง่ายและตอบโจทย์ชีวิตประจำวันอีกมาก หมายความว่าธุรกิจและการทำคอนเทนต์อาจจำเป็นต้องอัปเดตกลยุทธ์ SEO เพื่อให้เหมาะสมสำหรับการค้นหาในละแวกใกล้เคียงและให้คำตอบที่สั้นกระชับ
การทำ Voice Search Optimisation จึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญมากสำหรับ SEO เพื่อให้พร้อมกับการแข่งขันและตอบสนองต่อความชอบและไลฟ์สไตล์ของผู้คนที่เปลี่ยงแปลงอยู่ตลอด
ที่ Entelech เราให้บริการสำหรับกลยุทธ์ SEO ที่เฉพาะเจาะจงและสามารถปรับให้เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ รวมถึงการทำ Voice Search Optimisation อีกด้วย
ติดต่อเราตอนนี้ เพื่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการ SEO สำหรับการค้นหาด้วยเสียง