กลยุทธ์ RELATIONSHIP FUNNEL
จะช่วยกอบกู้การตลาดให้ธุรกิจได้อย่างไร

ทำอย่างไรหากแผนการตลาดออน์ไลน์ของคุณล้มเหลวไม่เป็นท่า

หากที่ผ่านมา คุณเลือกทำแคมเปญการตลาดออนไลน์กับเอเจนซี่ที่ดูเหมือนจะมีความเชี่ยญชาญ และรายงานที่ได้รับก็แสดงกราฟผลการดำเนินการที่ยอดเยี่ยมว่ามีจำนวนคนเข้าเว็บไซต์เยอะอยู่เรื่อย ๆ แต่ยอดขายกลับไม่เติบโตตามที่คาดหวังเสียอย่างนั้น

หากนี่คือสิ่งที่ธุรกิจของคุณกำลังเผชิญ บทความนี้จะมาช่วยอธิบายว่าทำไมยอดขายของคุณถึงไม่เติบโตตาม ด้วยกลยุทธ์อย่าง RELATIONSHIP FUNNEL กลยุทธ์การทำการตลาดทางออนไลน์ที่จะช่วยดึงดูดลูกค้าและเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจของคุณ

ธุรกิจของคุณ มีแต่ผู้เข้าชมใหม่ (New Users) แต่รายได้ไม่เกิด ใช่หรือไม่?

เราอยากให้คุณลองเข้าไปดูที่ Google Analytic และขอทายว่ามากกว่า 80% ของผู้เข้าชมเว็บไซต์ทั้งหมด มาจาก “ผู้เข้าชมใหม่” (New Users) ใช่หรือไม่ หากเข้าไปดูเวลาเฉลี่ยก็จะเห็นอีกว่า ผู้เข้าชมใช้เวลาในเว็บไซต์ของคุณประมาณ 2-3 นาทีใช่ไหม? สุดท้ายเราขอทายต่ออีกว่าค่า bounce rate ของคุณน่าจะอยู่ที่ระหว่าง 45-75% (bounce rate คือเปอร์เซ็นต์ของการเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ผู้ใช้งานเข้ามาดูเพียงหน้าเดียวและจากไปโดยไม่ได้คลิกต่อไปยังหน้าอื่น)

นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนหากคุณต้องการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยการจ่ายค่าโฆษณาผ่าน Google Ads หรือ Social Media ลูกค้าที่เข้ามาก็จะเป็น ผู้เข้าชมใหม่ (New Users) อยู่เรื่อยๆ แต่เหตุผลที่รายได้อาจไม่เกิดขึ้นตามกันก็เพราะคุณกำลังพยายามขายสินค้าและบริการให้กับคนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักคุณมาก่อนนั่นเอง เพราะหากไม่ได้สร้างความสัมพันธ์ หรือให้ข้อมูลที่เพียงพอ คุณก็จะดึงดูดลูกค้าได้เพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ซึ่งคงเป็นไปได้ยากที่ผู้เข้าชมเหล่านี้จะตกลงใจซื้อสินค้าภายในเวลาเพียง 2-3 นาทีหากไม่มีการอธิบายว่าทำไมสินค้าหรือบริการของคุณถึงเหมาะกับความต้องการของพวกเขา

ดังนั้นการทำหน้าเว็บไซต์ที่สวยงาม ดูดี รวดเร็ว อาจจะบอกถึงคุณภาพของเว็บไซต์ได้ไม่เพียงพอ เราอยากแนะนำให้คุณใช้เวลากับข้อมูลจาก Google Analytics แล้วคุณจะเห็นชัดขึ้นว่าธุรกิจของคุณต้องพัฒนาตรงไหน

เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจจะพอคุ้นเคยว่า การทำการตลาดบนโลกดิจิทัล (Digital Marketing) ก็คือการเพิ่มยอดเข้าชมเว็บไซต์ ด้วยการทำ SEO, Google Ads หรือ โซเชียล มีเดีย ซึ่งการเข้าใจแบบนี้ไม่ใช่ความผิดของคุณแต่อย่างใด เพราะหากลองเสิร์ชคำว่า “Digital Marketing” ใน Google ก็จะพบว่า กว่า 70% ของบริษัทที่ติดอันดับในหน้าแรก ๆ ล้วนเสนอบริการเพียงแค่ SEO, Google Ads และบางครั้งก็มี Facebook Ads ด้วย แต่ในความเป็นจริงสิงที่เกิดขึ้นคือ แม้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบน Google ด้วย SEO แต่มีคนซื้อสินค้าหรือบริการของคุณประมาณ 2-5% จากยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณเท่านั้น ส่วนอีก 95-98% คือผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์และไม่กลับเข้ามาอีกเลย

เท่ากับว่า เม็ดเงินที่คุณลงทุนไปกับการทำการตลาดเป็นจำนวนมาก แต่ผลตอบแทนกลับมานั้นมันน้อยนิดเสียเหลือเกิน

กลุ่มเป้าหมายที่วางไว้มีปัญหาหรือเปล่า?

ถ้าคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่กำลังทำการตลาดออนไลน์โดยอาศัยแรงกระตุ้นในการซื้อสินค้า และ บริการด้วยการโฆษณา คุณอาจจะได้พบกับสถานการณ์ที่ว่า หากคุณไม่จัดโปรโมชัน ลูกค้าก็แทบจะไม่ซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากคุณเลย พูดอีกอย่างก็คือ เมื่อไหร่ที่หยุดยิงแอดโฆษณา ลูกค้าของคุณก็จะหายวับทันที เหตุผลที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่า ธุรกิจของคุณอาจไม่มีการให้ความรู้ หรือข้อมูลบริการที่เพียงพอ รวมถึงไม่มีความแตกต่างที่โดดเด่นจากคู่แข่ง สุดท้ายก็เหลือแต่เรื่องของราคาเท่านั้นที่ทำให้ลูกค้าสนใจ ซึ่งไม่ใช่ความผิดของลูกค้าแต่อย่างใด เพราะแม้เว็บไซต์ของคุณจะดูดี แต่ไม่มีเนื้อหาที่ดี คุณก็จะเหลือตัวเลือกเดียวที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าและบริการของคุณได้ก็คือการลดราคา

ดังนั้นกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่มันเป็นการวางกลยุทธ์ต่างหากที่ผิดพลาด

เปิดการขายให้ได้ เกลี้ยกล่อมให้ดี และ ปิดการขายให้เป็น

ตอนนี้เราอยากให้คุณลองนึกถึงตอนที่คุณกำลังจะซื้อของ ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์บนสมาร์ทโฟน หรือ ตอนที่คุณซื้อของจากหน้าร้าน วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง แล้วทีนี้ลองมาทบทวนดูว่ากระบวนการเหล่านั้นเกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณหรือไม่

ทีนี้มานึกถึงการซื้อสมาร์ทโฟนครั้งล่าสุดของคุณกัน

ลองจินตนาการว่าถ้าคุณเดินผ่านร้านขายสมาร์ทโฟน และ มีพนักงานขายเดินมาบอกคุณว่า “นี่คือสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดตั้งแต่ที่เคยมีมา”

คุณและคนส่วนใหญ่ก็คงจะยังไม่ตัดสินใจซื้อมัน

คุณมีกระบวนการตัดสินใจก่อนที่จะเลือกซื้อยังไง iPhone, Samsung, Huawei หรือ Oppo? หรือ รู้จักมันได้อย่างไร? เพื่อนแนะนำมา? เห็นจากแผ่นป้ายโฆษณา? รีวิวบนเว็บไซต์?

คุณอยากได้สมาร์ทโฟนที่ถ่ายรูปสวย? หรือฟีเจอร์ที่จะช่วยให้คุณทำงานได้สะดวกขึ้น?

แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คุณจะต้องคิดถึงความต้องการเฉพาะของคุณเอง

คุณเดินเข้าไปในร้านขายสมาร์ทโฟน คุณซื้อทันทีเลยหรือเปล่า? เราขอทายว่าต่อให้คุณยังตัดสินใจไม่ซื้อในตอนแรกคุณก็จะยังคงเดินดูรอบ ๆ หรือคุยกับเพื่อนเพื่อช่วยตัดสินใจ หรืออาจจะหยิบโบรชัวร์มาดู หรืออาจจะออกไปดูอีกร้าน หลังจากที่คุณตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นไหน เราขอทายอีกว่าคุณก็จะยังไม่ซื้อมันและจะยังคงคุยกับพนักงานขายเพื่ออธิบายถึงความต้องการของคุณและขอคำแนะนำจากพวกเขา

ความคิดเหล่านี้ที่เข้ามาในหัวตอนกำลังซื้อของนี้เอง คือ “กระบวนการซื้อ” ที่เกิดขึ้นจริง ๆ และขึ้นอยู่กับ ราคา คุณภาพของสินค้า และ ผู้ซื้อในตอนนั้น
กระบวนการซื้อ” นี้อาจใช้เวลาไม่เพียงกี่วินาที ไปจนถึงหลายเดือนก่อนที่ลูกค้าแต่ละคนจะมั่นใจและตกลงใจซื้อสินค้า

กระบวนการซื้อ คือสิ่งที่ควรมีอยู่ในเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ของคุณ เพื่อเกลี้ยกล่อมคนแปลกหน้าให้กลายเป็นลูกค้าในที่สุด โดยการเปลี่ยนเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ให้กลายเป็นพนักงานขายมืออาชีพที่เข้าใจถึงความต้องการของผู้เข้าชม สามารถเปิดการขาย เกลี้ยกล่อม และปิดการขาย ได้โดยอัตโนมัติ

ฟังแล้วคุณอาจคิดว่าการสร้างเว็บไซต์ให้กลายเป็นพนักงานขายมืออาชีพอัตโนมัติอาจมีค่าใช้จ่ายสูงและซับซ้อน แต่ด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้ทั้งหมดนี้กลายเป็นเรื่องง่ายมาก คุณแค่ต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการเน้นปั้นยอดจำนวนผู้เข้าชม มาใช้กลยุทธ์ช่วยสร้างสัมพันธ์เปลี่ยนคนแปลกหน้าเป็นลูกค้าขาประจำที่ดีกว่าแทน

กลยุทธ์ RELATIONSHIP FUNNEL ขั้นตอนสร้างสัมพันธ์กับลูกค้าทำอย่างไร

หากคุณนำ Relationship Funnel หรือ ขั้นตอนสร้างสัมพันธ์ที่เปลี่ยนคนแปลกหน้าเป็นลูกค้าขาประจำไปใช้กับการตลาดออนไลน์ แน่นอนว่าคุณจะค่อย ๆ เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงยอดขายที่เพิ่มขึ้น หรือยอดจองบริการของคุณทยอยหลั่งไหลมา กลยุทธ์นี้ยังสร้างผลลัพธ์ที่ดีให้กับกลุ่มธุรกิจอื่น ๆ อีกด้วยไม่เพียงแต่กับกลุ่มธุรกิจออนไลน์เท่านั้น

ขั้นตอนที่ 1: สร้างการรับรู้ (Awareness) ยิ่งมากยิ่งดี

การเลือกช่องทางโปรโมทแค่ 1-2 แหล่งและปล่อยให้มันทำงานอัตโนมัติโดยที่ไม่ทำอะไรต่อ เป็นการกระทำที่ผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุด แถมยังเป็นสาเหตุที่ทำให้กว่า 90% ของกลยุทธ์การตลาดล้มเหลว ดังนั้นแล้วยิ่งมีช่องทางสร้างการรับรู้ (Awareness) หลากหลาย คุณก็ยิ่งมีโอกาสในการดึงดูดผู้คนให้เข้าสู่กระบวนการซื้อได้มากกว่า

ขั้นตอนที่ 2: เปลี่ยนคนแปลกหน้าให้กลายเป็นกลุ่มเป้าหมาย (Conversion)

หนึ่งวิธีที่จะสามารถเปลี่ยนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์จากคนแปลกหน้าให้กลายเป็นกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก็ด้วยการหาสิ่งจูงใจ (Call to Action) ที่จะทำให้ได้มาซึ่งข้อมูลสำคัญจากลูกค้า อย่างรายละเอียดการติดต่อ สิ่งจูงใจที่ว่า เช่น การให้คู่มือ, ตัวอย่างงานปัจจุบัน, Ebook, รายการตรวจสอบ (Checklist), โบรชัวร์ รวมถึง คูปองส่วนลด

เคล็ดลับนี้เป็นการให้คุณค่ากับลูกค้าที่ลูกค้าต้องการก่อนที่ลูกค้าจะซื้อหรือใช้บริการของคุณ ซึ่งได้ผลมากกับสินค้าหรือบริการที่มีราคาสูง แต่ก็ต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ธุรกิจมอบให้นั้นจะช่วยตอบโจทย์และแก้ปัญหาให้กับพวกเขาได้

ที่สำคัญ ต้องไม่ลืม ใส่ข้อมูลที่ลูกค้าอาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับบริการของคุณ เพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมถึง โซเชียลมีเดียเพื่อสร้างช่องทางเข้าถึง

ขั้นตอนที่ 3: เกลี้ยกล่อมให้ได้ใจ

ขั้นตอนนี้คือตอนที่ธุรกิจของคุณจะแยกผู้คนที่ผ่านเข้ามาดูออกจากกลุ่มคน “ที่พร้อมจะซื้อ” จริงๆ ได้ชัดเจนมากขึ้น เราเรียกขั้นตอนนี้ว่า พัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมายก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการปิดการขาย

หลังจากขั้นตอนที่แล้วเราได้ให้บางสิ่งบางอย่างกับผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ เพื่อแลกกับข้อมูลติดต่อของพวกเขา ตอนนี้เราจะสามารเริ่มติดต่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายของเราได้แล้ว ซึ่งอาจจะทำด้วยการโทรหา หรือส่งอีเมล

อย่างไรก็ตามการส่งข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการให้กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายเพิ่มเติม เป็นเทคนิคที่ใช้ในการเกลี้ยกล่อม และสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่ค่อนข้างได้ผลและประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้การเติมเต็มหน้าโซเชี่ยล มีเดียของคุณด้วยเนื้อหาที่ให้ความรู้ ทำให้ผู้คนเข้ามาตั้งคำถามเข้ามามีส่วนร่วม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีในขั้นตอนนี้ที่จะช่วยให้กลยุทธ์นั้นสำเร็จ

ด้วย Facebook Pixel และ Google Remarketing Code เราสามารถพัฒนาโฆษณาการตลาดที่เฉพาะเจาะจงได้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสินค้าหรือบริการที่พวกเขาสนใจและต้องการเข้ามามีส่วนร่วม คุณต้องใช้โฆษณาเหล่านั้นเพื่อดึงลูกค้าเป้าหมายกลับไปยังหน้า Landing Pages หรือเว็บไซต์ของคุณ

สมมติว่าคุณเป็นทนายที่เชี่ยวชาญในกฏหมายอาญา กฎหมายครอบครัว และกฎหมายมรดกและพินัยกรรม การเขียนบทความให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ควรรู้เกี่ยวกับมรดกและพินัยกรรม ลงใน Blog และแชร์ลงไปในโซเชี่ยล มีเดียของคุณ กลยุทธ์นี้จะช่วยดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดีรวมถึงพิสูจน์แล้วด้วยว่ามันใช้ได้ผล

และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เว็บไซต์ที่ผ่านกระบวนการเกลี้ยกล่อมก็จะเริ่มรับรู้ได้ถึงจุดเด่นของสินค้าและบริการของคุณ และมันจะมีผลกระทบไปจนถึงกระบวนการพิจรณาและตัดสินใจซื้อ

ขั้นตอนที่ 4: ถึงเวลาตัดสินใจ

เชื่อว่าหากธุรกิจของคุณทำตามขั้นตอนที่ 1-3 ได้ดีแล้ว ในขั้นตอนที่ถึงเวลาตัดสินใจซื้อก็จะเกิดขึ้นง่ายขึ้น การสร้างหน้าขายสินค้าเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย จึงสำคัญมากเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงแบบฟอร์มการขอใบเสนอราคา และ หมายเลขติดต่อให้ง่ายที่สุด และที่สำคัญต้องอย่ามองข้ามการพัฒนาข้อเสนอที่น่าดึงดูดเพื่อให้ลูกค้า Say No หรือหันไปพิจารณาธุรกิจคู่แข่ง เท่านี้คุณก็เพิ่มโอกาสปิดการขายได้มากขึ้นแล้ว

เราเชื่อว่าคุณทำได้

หากตอนนี้คุณยังไม่มั่นใจว่าจะต้องทำอย่างไร Relationship Funnel ของคุณจึงจะได้ผลดี คุณสามารถปรึกษากับพวกเรา Entelech ได้ทันทีเพื่อให้เราช่วยคุณพัฒนาข้อเสนอน่าดึงดูดที่ลูกค้าของคุณปฏิเสธได้ยากจากประสบการณ์ที่เรามีเพื่อช่วยให้คุณสามารถปิดการขายได้มากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ในอุตสาหกรรมไหน คุณก็สามารถปรับมาใช้กลยุทธ์ RELATIONSHIP FUNNEL ได้เพราะแม้แต่สายการบินใหญ่ๆ เช่น Virgin, Qantas หรือแม้กระทั่งร้านฟาสต์ฟู้ด เช่น McDonald’s, KFC รวมถึง บริษัท FinTech ใหญ่ๆ เช่น PayPal, Dropbox สิ่งหนึ่งที่ธุรกิจทั้งหมดมีเหมือนกันการใช้กลยุทธ์ RELATIONSHIP FUNNEL Entelech มีประสบการณ์สร้าง Funnel ให้กับบริษัทต่าง ๆ ในออสเตรเลีย และ นิวซีแลนด์มากกว่า 200 รายและเรายังคงเดินหน้าต่อไปด้วยกลยุทธ์ RELATIONSHIP FUNNEL ซึ่งเป็นขั้นตอนเรียบง่ายและต้องใช้ทั้งเวลาและความร่วมมือที่ดีต่อกัน การเริ่มต้นสร้าง Funnel Wireframe เพื่อสร้างตั้งแต่ตอนนี้ยิ่งจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการสร้างตัวตนทางธุรกิจของคุณให้เด่นชัดยิ่งขึ้นในโลกออนไลน์ ซึ่ง Entelech มีบริการให้ใช้ฟรี โดยไม่มีข้อผูกมัดหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ
Chat with us on LINE

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ "นโยบายความเป็นส่วนตัว" และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า
We use cookies to enhance performance and provide a better experience on your website. You can learn more details at "Privacy Policy" And you can manage your own privacy by clicking on Settings.

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
You can choose cookie settings by enabling/disabling cookies for each type according to your preferences, except for necessary cookies.

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์/เพื่อประสิทธิภาพ (Analytical/Performance Cookies)

    คุกกี้เหล่านี้ช่วยให้เราจดจำและนับจำนวนผู้ใช้งานบนไซต์ของเรา รวมถึงทำให้เราเข้าใจถึงวิธีการที่ผู้ใช้งานใช้งานบนเว็บไซต์ของเรา สิ่งเหล่านี้จะช่วยปรับปรุงวิธีการทำงานของเว็บไซต์เรา เช่น เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้งานสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายขึ้น

บันทึกการตั้งค่า

ส่งข้อความหาเรา